1
70

เทคนิคการใช้ Stochastic ที่ถูกต้อง ในการวิเคราะห์ตลาด Binary Option

มาถึง Indicator ยอดฮิตอีกตัว ที่เหล่าเทรดเดอร์นิยมใช้กัน เป็น Indicator ที่มีความนิยมใช้กันสูง แต่หลายคนก็เลิกใช้ไป เพราะมันให้สัญญาณค่อนข้างไว และไม่เหมาะกับเทคนิคของตนเอง แต่ถ้าพูดให้ถูก จริงๆแล้วมันเป็น Indicator ที่ดีมากเลย เพราะสามารถใช้บอกสัญญาณต่างๆได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น การบอกแกว่งตัวของตลาด การบอกถึงสัญญาณซื้อมากเกินไป (Overbought) หรือขายมากเกินไป (Oversold) รวมถึงสัญญาณขัดแย้ง (Divergence) อีกด้วย ซึ่ง Indicator ตัวนี้มีชื่อว่า Stochastic

Stochastic ถูกคิดค้นขึ้นในปี ค.ศ.1960 โดยบริษัท Investor Educators และมาถูกทำให้รู้จักกันอย่างแพร่หลายโดย George Lane  เป็น Indicator ที่ให้สัญญาณค่อนข้างไว ส่วนมากจะใช้ได้ดีสำหรับแนวโน้มแกว่งตัว แต่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการเทรดตามแนวโน้มได้ ขึ้นอยู่กับสไตล์การเทรดของแต่ละคนอีกที

สูตรในการคำนวณ Stochastic

 

%K = 100 [(C – L5close) / (H5 – L5)]

C = ราคาปิดล่าสุด

L5 = ราคาต่ำสุดในช่วง 5 วันที่ผ่านมา

H5 = ราคาสูงสุดในช่วง 5 วันที่ผ่านมา

 

%D = 100 (H3 / L3)

H3 = ราคาสูงสุดในช่วง 3 วันที่ผ่านมา

L3 = ราคาต่ำสุดในช่วง 3 วันที่ผ่านมา

เส้น %K คือ เส้นของ Stochastic (ปกติจะเป็น 5 วัน)

เส้น %D คือ เส้นค่าเฉลี่ยจำนวนวัน ของเส้น %K (ปกติจะใช้ 3 วัน)

Stochastic จะมีเส้นอยู่ทั้งหมด 2 เส้น คือเส้น %K และเส้น %D มีค่าอยู่ระหว่าง 0-100 โดยปกติแล้วเมื่อค่าของ Stochastic มากกว่า 80 บอกถึงการซื้อมากเกินไป (Overbought) และเมื่อ Stochastic น้อยกว่า 20 บอกถึงการขายมากเกินไป  (Oversold) นั่นเอง

 

การใช้ Stochastic ที่ไม่ถูกต้อง

ซื้อเมื่อเกิดการตัดกันของเส้น %K และ%D ขึ้นไป

เมื่อเกิดการตัดกันของเส้น %K และ%D ขึ้นไป แสดงว่าราคาปิดของช่วงเวลานั้น บอกสัญญาณว่ากำลังจะเกิดการกลับตัว แต่ไม่เสมอไป เพราะอาจจะเป็นการกลับตัวเพื่อพักตัวของราคาแล้ววิ่งลงมาต่อในแนวโน้มเดิมของตัวเอง ดังนั้น ถ้าเราใช้การเข้าซื้อเมื่อเกิดการตัดกันของเส้น %K และ%D แล้วละก้อ ไม่ต่างจากการใช้สัญญาณกราฟแท่งเทียนกลับตัวเพียงอย่างเดียวเพื่อเข้าออเดอร์นั่นเอง

ขายเมื่อเกิดการตัดกันของเส้น %K และ%D ลงไป

ในกรณีเกิดการตัดกันของเส้น %K และ%D ลงไปก็เช่นกัน เราห้ามเข้าซื้อขายตามสัญญาณของ Stochastic เด็ดขาด เพราะ Stochastic ให้สัญญาณที่ไวมาก เมื่อเราเข้าออเดอร์ไปแล้ว ก็อาจจะไปเข้าตอนราคาจะกลับตัวมาตามแนวโน้มเดิมอีกครั้ง หรือเรียกอีกอย่างก็คือ เข้าช้ากว่าราคาจริง ทำให้เราขาดทุนอย่างย่อยยับนั่นเอง

ขายเมื่อเกิดสัญญาณซื้อมากเกินไป (Overbought)

เมื่อเกิดสัญญาณซื้อมากเกินไป เทรดเดอร์หลายคนชอบขายทันที เพราะคิดว่าตลาดเริ่มอิ่มตัวจากการซื้อแล้ว แต่กลับราคาวิ่งขึ้นไปต่อเรื่อยๆ ทำให้เกิดการขาดทุนขึ้นมา นั่นคือ ตลาดไม่มีความแน่นอน อย่าใช้เพียงแค่สัญญาณจาก Stochastic มาใช้ในการเทรด แต่จงมองอารมณ์ของตลาดให้ออก

ซื้อเมื่อเกิดสัญญาณขายมากเกินไป (Oversold)

การซื้อเมื่อเกิดสัญญาณขายมากเกินไป (Oversold) ก็เช่นกัน เพราะถ้าเราเข้าซื้อเมื่อเกิดสัญญาณขายมากเกินไปทันที แต่ราคากลับวิ่งไปตามแนวโน้มเดิมของตัวเอง ทำให้เราไม่มีจุดออกออเดอร์ที่ดี อาจจะรวมไปถึงการไม่กล้าตัดขาดทุน ทำให้การเทรดของคุณทุกๆครั้ง ไม่ต่างอะไรจากการเล่นการพนันเลย

ซื้อขายเมื่อเกิดสัญญาณขัดแย้ง (Divergence)

การเข้าซื้อขายเมื่อเกิดสัญญาณขัดแย้ง (Divergence) เป็นอีกวิธีที่เทรดเดอร์หลายๆคนชอบใช้ แต่มันผิดมาก ถ้าคุณใช้เพียงสัญญาณของ Stochastic เพียงอย่างเดียว การเกิดสัญญาณขัดแย้ง ถ้าคุณจะต้องมองให้ลึกขึ้น คุณต้องเข้าใจโครงสร้างของราคาให้ดีเสียก่อน ก่อนที่จะใช้มันในการเทรด

การใช้ Stochastic ที่ถูกต้อง

หาเทคนิคอื่นเปรียบเทียบเมื่อเกิดการตัดกันของเส้น %K และ%D เพื่อซื้อ

เมื่อเกิดการตัดกันของเส้น %K และ %D ขึ้นไป สิ่งแรกที่เราควรทำก็คือ สัญญาณการตัดกันครั้งนี้ มีความสัมพันธ์กับเทคนิคอื่นของเราหรือป่าว ถ้ามีความสัมพันธ์และสามารถกำหนดจุดเข้าออกออเดอร์ที่ดีแล้ว ให้เราใช้สัญญาณนี้ในการเข้าซื้อได้ แต่ถ้าไม่มีความสัมพันธ์กัน ก็ห้ามเข้าเทรดโดยเด็ดขาด

หาเทคนิคอื่นเปรียบเทียบเมื่อเกิดการตัดกันของเส้น %K และ%D เพื่อขาย

ในการตัดกันของเส้น %K และ %D ลงมาก็เช่นกัน ให้เราหาเทคนิคอื่นมาช่วยในการประกอบการตัดสินใจ แต่ต้องคำนึงถึงเรื่องความสอดคล้องของเทคนิคนี้กับเทคนิคของเราด้วยว่าเหมาะสมกันหรือป่าว ถ้าเกิดเรานำ Indicator ที่ให้สัญญาณช้ามากมาใช้กับ Stochastic ผลที่ได้มาอาจจะเปลี่ยนจากเทคนิคการเทรดที่ดี เป็นเทคนิคการเทรดที่แย่เลยก็ได้

หาจังหวะขายเมื่อเกิดสัญญาณซื้อมากเกินไป (Overbought)

หลักการใช้เมื่อเกิดสัญญาณซื้อมากเกินไป (Overbought)ก็จะมีหลักการใช้เหมือนกับ RSI คือ เมื่อเกิดสัญญาณซื้อมากเกินไป (Overbought) ให้เราหาจังหวะในการขาย โดยใช้เทคนิคอื่นๆประกอบการตัดสินใจ แต่ถ้าเทคนิคอื่นยังไม่ให้สัญญาณเพื่อขายเหมือนกัน ก็ห้ามเข้าเทรดเด็ดขาด

หาจังหวะซื้อเมื่อเกิดสัญญาณขายมากเกินไป (Oversold)

ในการหาจังหวะซื้อเมื่อเกิดสัญญาณขายมากเกินไป (Oversold) ก็เช่นกัน ให้เราใช้เทคนิคอื่นที่สามารถประยุกต์ใช้กับ Stochastic ได้อย่างเหมาะสม เพื่อช่วยในการประกอบการตัดสินใจ เพื่อให้การเทรดเป็นไปตามการเทรดโดยธรรมชาติ ไม่ใช่การเทรดตามสัญญาณของ Indicator นั่นเอง

หาจังหวะซื้อขายเมื่อเกิดสัญญาณขัดแย้ง (Divergence)

เมื่อเกิดสัญญาณขัดแย้ง ให้เราหาจังหวะซื้อขายได้ แต่เราต้องเข้าใจโครงสร้างของราคาที่แท้จริง ผมแนะนำให้ไปศึกษาเรื่องของ ทฤษฎีดาว และ Elliott wave เพื่อจะได้เข้าใจว่า การเกิดสัญญาณขัดแย้งครั้งนี้ เป็นการเกิดสัญญาณขัดแย้งที่หลอกหรือเป็นการเกิดสัญญาณขัดแย้งที่มีนัยสำคัญ

การใช้ Stochastic ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ควรนำเครื่องมือตัวนี้ไปประยุกต์ใช้กับ Indicator ตัวอื่น ที่ให้สัญญาณคล้ายๆกันหรือสอดคล้องกัน เพราะถ้าหากประยุกต์ใช้ Stochastic ไม่ดีแล้วละก้อ มันอาจจะเป็นเครื่องมือที่ระเบิดพอร์ตของคุณก็เป็นได้

ดาวน์โหลด eBook สอนเทรดไบนารี่ออฟชั่น
ในอีเมล์ของคุณ!

กรอกข้อมูล เพื่อขอรับ eBook คู่มือเทรดไบนารี่ออฟชั่น พร้อมติดตามข่าวสารใหม่ๆของวงการ อัพเดทก่อนใครถึงมือคุณที่นี่!

โปรดกด Confirm ในอีเมล์ของคุณ

มีบางอย่างผิดพลาด

Show Comments

No Responses Yet

Leave a Reply

ดาวน์โหลด eBook สอนเทรดไบนารี่ออฟชั่น
ในอีเมล์ของคุณ!

กรอกข้อมูล เพื่อขอรับ eBook คู่มือเทรดไบนารี่ออฟชั่น พร้อมติดตามข่าวสารใหม่ๆของวงการ อัพเดทก่อนใครถึงมือคุณที่นี่!

โปรดกด Confirm ในอีเมล์ของคุณ

มีบางอย่างผิดพลาด