เทคนิคการใช้ Bollinger Band ที่ถูกต้อง ในตลาด Binary Option

Indicator ตัวต่อไปที่ผมจะแนะนำให้ผู้อ่านได้รู้จัก เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ตลาด Binary Option ก็คือ Bollinger Band เป็น Indicator ที่มีประโยชน์มากมาย แต่เทรดเดอร์หลายๆคนไม่เห็นค่าของมัน คิดว่ามันไม่มีนัยสำคัญมากพอ เพราะเขาใช้มันในการใช้เป็นสัญญาณซื้อขายนั่นเอง ที่ผมเห็นอยู่ประจำก็คือ เมื่อราคาวิ่งขึ้นไปชนเส้น  Bollinger Band ด้านบน ก็ทำการลงมือขายทันที และเมื่อราคาวิ่งขึ้นไปชนเส้น  Bollinger Band ด้านล่างก็ลงมือซื้อทันที ในบทความนี้ ผมจะอธิบายหลักการใช้ Bollinger Band ที่ถูกต้อง เพื่อให้ผู้อ่านได้รู้จักกับมันอย่างถ่องแท้ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

Bollinger Band ถูกคิดค้นโดย จอห์น โบลินเจอร์ (John Bollinger) เป็น Indicator ที่ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อใช้ดูแนวโน้มและเป้าหมายการกลับตัว สามารถใช้บอกการเคลื่อนที่ของราคาและความต่อเนื่องของราคา ส่วนมากจะใช้ในการเทรดระยะสั้น

Bollinger Band มีเส้น 3 เส้นประกอบกันได้แก่ เส้น Upper Band (BB Top) หรือเส้นบน  เส้น Middle Band (BB average) หรือเส้นกลาง และเส้น Lower Band (BB Bottom) หรือเส้นล่าง ซึ่งทั้ง 3 เส้นรวมกันจะมีลักษณะคล้ายกับตัวหนอนที่วิ่งไปพร้อมๆกัน ซึ่งประโยชน์ของ Bollinger Band มีดังนี้

 

ใช้วัดความผันผวนของตลาด

ประโยชน์ข้อแรกของ Bollinger Band ก็คือ ใช้สังเกตว่า ช่วงตลาดในเวลานั้นมีกำลังในการซื้อขายมากน้อยแค่ไหน หรือ ตลาดในตอนนั้นกำลังซบเซา โดยสังเกตจากเส้นของ Bollinger Band ทั้ง 3 เส้น ถ้าเส้นทั้ง 3 เส้น อยู่ห่างกันจนเป็นวงกว้างหรือตัวหนอนกำลังอ้วน แสดงว่าตลาดในขณะนั้น มีการซื้อขายเป็นจำนวนมาก น่าสนใจเข้าไปลงทุนเป็นอย่างมาก แต่ถ้าเส้นทั้ง 3 เส้น บีบตัวอยู่ใกล้กันหรือตัวหนอนผอม แสดงว่าตลาดในขณะนั้นไม่มีนักลงทุนให้ความสนใจลงทุนเท่าไหร่ จึงไม่ควรเข้าไปเทรดเด็ดขาด

 

ใช้เป็นแนวรับ-แนวต้าน

อย่างที่เรารู้กันอยู่แล้วว่า Bollinger Band มีทั้งหมด 3 เส้น โดยทั้ง 3 เส้นสามารถใช้เป็นแนวรับและแนวต้านได้ดังนี้

Upper Band (เส้นบน) ใช้เป็นแนวต้าน

Middle Band (เส้นกลาง) ใช้เป็นแนวรับและแนวต้าน

Lower Band (เส้นล่าง) ใช้เป็นแนวรับ

 

ใช้หาแนวโน้มของราคา

Bollinger Band สามารถใช้บอกแนวโน้มของตลาดว่ากำลังมีแนวโน้มขาขึ้น แนวโน้มขาลง หรือแนวโน้มแกว่งตัวได้แทนเส้นเทรนไลน์เช่นกัน ดังนี้

แนวโน้มขาขึ้น โดยราคาจะวิ่งอยู่ระหว่างเส้นบนและเส้นกลาง ใช้เส้นบนเป็นแนวต้านและเส้นกลางเป็นแนวรับเพื่อเลี้ยงตัวเอง สำหรับการคงสถานะแนวโน้มขาขึ้นต่อไป

แนวโน้มขาลง โดยราคาจะวิ่งอยู่ระหว่างเส้นกลางและเส้นล่าง ใช้เส้นกลางเป็นแนวต้านและเส้นล่างเป็นแนวรับเพื่อเลี้ยงตัวเอง สำหรับการคงสถานะแนวโน้มขาลงต่อไป

แนวโน้มแกว่งตัว โดยราคาจะวิ่งทุละเส้นกลางจนชนเส้นบนและเส้นล่างของ Bollinger Band ไปมา สามารถใช้ยืนยันได้ว่า แนวโน้มในขณะนี้ เป็นแนวโน้มแกว่งตัวแน่นอน

 

ใช้ดู Overbought, Oversold (ซื้อมากเกินไปหรือขายมากเกินไป)

ประโยชน์ของ Bollinger Band ที่มีคล้ายๆกับ RSI หรือ Stochastic ก็คือ สามารถใช้บอกสัญญาณซื้อหรือสัญญาณขายมากเกินไป โดยหลักการสังเกตง่ายๆก็คือ

Overbought (ซื้อมากเกินไป) เมื่อราคาชนเส้น Upper Band (เส้นบน) แสดงว่า ซื้อมากเกินไป

Oversold (ขายมากเกินไป) เมื่อราคาชนเส้น Lower Band (เส้นล่าง) แสดงว่า ขายมากเกินไป

Bollinger Band จะมีประสิทธิภาพมาก ถ้านำไปประยุกต์ใช้กับ Indicator ตัวอื่นที่เหมาะสม แต่อย่าลืมว่า Indicator ไม่ใช้เครื่องมือที่ใช้บอกสัญญาณซื้อขาย แต่เป็นเครื่องมือที่ใช้เพื่อประกอบการตัดสินใจเท่านั้น

Article credit : https://www.forexinthai.com/1654/

ดาวน์โหลด eBook สอนเทรดไบนารี่ออฟชั่น
ในอีเมล์ของคุณ!

กรอกข้อมูล เพื่อขอรับ eBook คู่มือเทรดไบนารี่ออฟชั่น พร้อมติดตามข่าวสารใหม่ๆของวงการ อัพเดทก่อนใครถึงมือคุณที่นี่!

โปรดกด Confirm ในอีเมล์ของคุณ

มีบางอย่างผิดพลาด

แลกเปลี่ยนความรู้เพิ่มเติม