เทคนิคการใช้ ADX เพื่อดูความแข็งแกร่งของตลาด สำหรับตลาด Binary Option

หลังจากที่ผมได้สอนการใช้ Indicator ไปหลายตัว ซึ่งส่วนมากจะเป็น Indicator ที่ใช้บอกถึงแนวโน้ม ทิศทาง แรงซื้อ แรงขาย และการตรวจจับสัญญาณขัดแย้งของตลาดไปแล้ว ผมเชื่อว่าหลายๆคนคงสงสัยแล้วว่า เราจะรู้ได้ไงว่าตลาดมีแนวโน้มที่แข็งแกร่งชัดเจนหรือเป็นตลาดแนวโน้มแกว่งตัวและไม่ชัดเจน วันนี้ผมจึงอยากเสนอหลักการใช้ของ Indicator ตัวหนึ่ง ซึ่งเป็น Indicator ที่ยอดฮิตของเหล่าเทรดเดอร์เลยก็ว่าได้ นอกจากจะเป็น Indicator ที่บอกแนวโน้ม จุดซื้อ-จุดขาย การตรวจจับสัญญาณขัดแย้งของตลาดแล้ว ยังสามารถบอกถึงความแข็งแกร่งของตลาดได้อีกด้วย นับว่าเป็น Indicator ที่ครบเครื่อง 4 in 1 เลยก็ว่าได้ โดย Indicator มีชื่อว่า Average directional Index หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า ADX

Average directional Index หรือ ADX ถูกคิดค้นโดย J. Welles Wilder เป็นเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคที่มีความแม่นยำค่อนข้างสูง ปกติแล้วจะใช้ ADX ในการวิเคราะห์ความแข็งแกร่งแนวโน้มของตลาด ว่าเป็นแนวโน้มขาขึ้น แนวโน้มขาลง หรือแนวโน้มแกว่งตัวนั่นเอง

ADX จะประกอบด้วยเส้นทั้งหมด 3 เส้น โดยแต่ละเส้นจะมีความหมายและวิธีใช้ ดังนี้

เส้น ADX (เส้นสีเหลือง) เป็นเส้นที่ใช้บอกความแข็งแกร่งของตลาด ว่าในขณะนี้ตลาดเป็นแนวโน้มขาขึ้น แนวโน้มขาลง หรือแนวโน้มแกว่งตัว

เส้น DI+ (เส้นสีเขียว) เป็นเส้นที่ใช้บอกแนวโน้มของตลาดเมื่อใช้ร่วมกับเส้น DI-

เส้น DI- (เส้นสีแดง) เป็นเส้นที่ใช้บอกแนวโน้มของตลาดเมื่อใช้ร่วมกับเส้น DI+

 

ใช้เส้น ADX ในการบอกความแข็งแกร่งของตลาด

ปกติแล้วค่า ADX จะมีค่าอยู่ระหว่าง 0-100 แต่ในโปรแกรมของ Binary Option จะไม่บอกตัวเลขเหล่านี้กำกับไว้ แต่ให้เราสังเกตจากระดับของเส้นโดยใช้การประมาณจากสายตา ดังนี้

ค่า ADX อยู่บริเวณด้านล่าง ==> เมื่อค่า ADX อยู่ในช่วงประมาณไม่เกิน 25% หมายความว่า ตลาดมีความแข็งแกร่งน้อยสุดๆ ทำให้ราคาวิ่งเป็นแนวราบกับพื้น หรือที่เรียกอีกอย่างว่า แนวโน้มแกว่งตัว

ค่า ADX อยู่บริเวณช่วงกลาง ==> เมื่อค่า ADX อยู่ในช่วงประมาณ 26 – 75% หมายความว่า ตลาดมีความแข็งแกร่งระดับปานกลาง เมื่อวิ่งชนแนวรับหรือชนแนวต้าน สามารถ Break Out สามารถวิ่งผ่านไปได้ และวิ่งไปแนวโน้มด้วยความชันประมาณ 90 องศาขึ้นไปเรื่อยๆ

ค่า ADX อยู่บริเวณด้านบน ==> เมื่อค่า ADX อยู่ในช่วงประมาณ 76 – 100% หมายความว่า ตลาดมีความแข็งแกร่งแบบสุดๆ การวิ่งขึ้นลงของราคาจะค่อนข้างชัน หรือผันผวนแบบสุดๆ แสดงถึงว่าตลาดในขณะนั้นมีนักลงทุนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก และเป็นสภาวะตลาดที่น่าลงทุนเป็นอย่างยิ่ง

นั่นคือ ค่า ADX ยิ่งมีค่าน้อยแสดงว่าตลาดมีความแข็งแกร่งน้อยหรือเรียกว่าแนวโน้มแกว่งตัว และถ้าค่า ADX ยิ่งมีค่ามาก แสดงว่าตลาดมีความแข็งแกร่งมากหรือเป็นแนวโน้มที่ชัดเจนนั่นเอง

 

เส้น DI+ อยู่เหนือเส้น DI- เป็นแนวโน้มขาขึ้น

เมื่อเส้น DI+ อยู่เหนือเส้น DI- แสดงว่า ตลาดในขณะนั้นแนวโน้มขาขึ้น สิ่งที่เราต้องทำก็คือ เมื่อเส้น DI+ ตัดเส้น DI- ขึ้นไป ให้เราหาจังหวะซื้อ(Buy) อาจจะใช้เทคนิคในการเข้าออเดอร์หรือการวิเคราะห์แนวโน้มอื่นๆมาช่วยในการประกอบการตัดสินใจ ถ้าเทคนิคที่เราใช้ช่วยวิเคราะห์ไม่ตรงกับสัญญาณของเส้น DI+ และ DI- ก็ห้ามเข้าเทรดเด็ดขาด และกฎเหล็กอีกข้อก็คือ เมื่อเส้น DI+ อยู่เหนือเส้น DI- ห้ามขาย(Sell) เด็ดขาด

 

เส้น DI+ อยู่ใต้เส้น DI- เป็นแนวโน้มขาลง

เมื่อเส้น DI+ อยู่ใต้เส้น DI- แสดงว่า ตลาดในขณะนั้นแนวโน้มขาลง สิ่งที่เราต้องทำก็คือ เมื่อเส้น DI+ ตัดเส้น DI- ลงไป ให้เราหาจังหวะขาย(Sell) อาจจะใช้เทคนิคในการเข้าออเดอร์หรือการวิเคราะห์แนวโน้มต่างๆมาช่วยในการวิเคราะห์และประกอบการตัดสินใจ ถ้าเทคนิคที่เราใช้ช่วยวิเคราะห์ไม่ตรงกับสัญญาณของเส้น DI+ และ DI- ก็ห้ามเข้าเทรดเด็ดขาด และกฎเหล็กก็คือ เมื่อเส้น DI+ อยู่ใต้เส้น DI- ห้ามซื้อ(Buy) เด็ดขาด

 

ใช้ตรวจจับสัญญาณ Divergence

อย่างที่เรารู้กันว่า สัญญาณขัดแย้งหรือสัญญาณ Divergence เป็นสัญญาณที่ค่อนข้างแม่นเลยทีเดียว การใช้ ADX ในการตรวจจับสัญญาณ Divergence ก็สามารถทำได้เช่นกัน แต่สำหรับมือใหม่อาจจะมองภาพในการใช้ ADX เพื่อตวรจจับสัญญาณ Divergence ได้ค่อนข้างยาก เพราะจำนวนเส้นของ ADX อาจจะทำให้งง ดังนั้น เราอาจจะใช้ MACD หรือ RSI ในการช่วยตรวจจับสัญญาณ Divergence แทน ADX ก็ได้

การใช้ ADX ในตลาดให้มีประสิทธิภาพสูงสุดก็คือ ใช้ ADX ในการเข้าเทรดเฉพาะตลาดที่มีความแข่งแกร่งชัดเจน ห้ามใช้ ADX ในการวิเคราะห์ในตลาดที่มีแนวโน้มไม่ชัดเจนหรือแนวโน้มแกว่งตัว เพราะอาจจะเกิดสัญญาณหลอกที่ค่อนข้างบ่อย แต่การใช้ Indicator ไม่มีกฎตายตัวในการใช้และการนำไปประยุกต์ใช้อยู่แล้ว อยู่ที่ความเหมาะสมกับเทคนิคการเทรดของเทรดเดอร์แต่ละคนอีกที

แลกเปลี่ยนความรู้เพิ่มเติม