เทคนิคการใช้เส้น Moving Average ในการหาวิเคราะห์และนำไปใช้ให้ถูกต้อง

มาถึงเรื่องของการใช้ Indicator เพื่อช่วยในการวิเคราะห์กันแล้ว ก่อนหน้านี้ผมจะเน้นไปในเรื่องของ Price Action เสียมากกว่า เพราะไม่อยากให้ผู้อ่านทุกคนพึ่งแต่เครื่องมือ และนำมาใช้แบบผิดๆ โดยการเข้าซื้อขายตามสัญญาณของ Indicator เพียงอย่างเดียว เพราะถ้าทำจนติดนิสัย อาจจะมีผลเสียเป็นอย่างมากต่อการเทรดของเราในอนาคต ซึ่ง Indicator ตัวแรกที่ผมจะแนะนำให้ผู้อ่านทุกคนได้รู้จักก็คือ เส้น Moving Average

เส้น Moving Average คือ เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ โดยเป็น Indicator ที่เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ชอบใช้ เพราะสามารถบอกแนวโน้มของตลาดในแต่ละช่วงเวลาแทนการใช้เส้นเทรนไลน์ได้ ปกติแล้ว เส้น Moving Average จะมีการคำนวนได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Simple Moving Average (SMA) , Weighted Moving Average (WMA)  และExponential Moving Average (EMA) เป็นต้น แต่ผมจะพูดถึงเฉพาะเส้น Simple Moving Average (SMA) ก่อน เพราะเป็นค่าที่มาตรฐานและเทรดเดอร์ส่วนใหญ่ใช้มากที่สุด

ผมเคยเห็นเทรดเดอร์หลายๆคน นำเส้น Moving Average มาใช้เป็นเหมือนเครื่องมือซื้อขายตามสัญญาณ ผมไม่ได้บอกว่ามันผิดนะครับ แต่ถ้าคุณเทรดแบบนั้นต่อไปเรื่อยๆ สุดท้ายจะขาดทุนมากกว่ากำไรแน่นอน งั้นมาดูกันก่อนเลยว่า ปกติแล้วเทรดเดอร์ส่วนใหญ่ใช้เส้น Moving Average กันยังไง

 

การใช้เส้น Moving Average ทีไม่ถูกต้อง

 

ซื้อ(Buy)ทันที เมื่อราคาตัดเส้น Moving Average ขึ้นไป

ขาย(Sell)ทันที เมื่อราคาตัดเส้น Moving Average ลงมา

จากภาพ ผมเชื่อว่าหลายๆคนต้องรู้สึกไม่แน่ใจหรือต่อว่าผมแน่นอน ที่บอกว่าการเทรดแบบนี้ผิด เพราะมีคนที่สามารถนำไปใช้แล้วสามารถทำกำไรได้จริง อย่างที่ผมกล่าวไปในข้างต้นว่า ผมไม่ได้บอกว่าวิธีนี้ผิด 100% แต่ผมเชื่อว่ามันไม่สามารถทำกำไรในตลาดให้ยั่งยืนได้ เพราะถ้าในโลกนี้ทุกคนใช้เฉพาะเส้น Moving Average ในการเทรดเพียงอย่างเดียว แบบนี้ก็รวยกันทุกคนแล้วละครับ อีกอย่าง ตลาดมีความผันผวนมาก เจ้ามือเขารู้ทุกอย่างว่าเรากำลังคิดอะไร และจะทำอะไรต่อไป ถ้าเราเทรดแบบไม่มีเทคนิคหรือหลักการที่ซับซ้อนกว่านี้ คุณจะถูกตลาดกลืนกินเงินของคุณไปแน่นอน

 

การใช้เส้น Moving Average ทีถูกต้อง

 

หาจังหวะซื้อ(Buy) เมื่อราคาตัดเส้น Moving Average ขึ้นไป

หาจังหวะขาย(Sell) เมื่อราคาตัดเส้น Moving Average ลงมา

คำถามที่เกิดขึ้นตอนนี้หรับผู้อ่านก็คือ แล้วเราจะหาจังหวะซื้อหรือจังหวะขายยังไง? คำตอบง่ายๆ ก็คือ เรามีพื้นฐานในเรื่องของ กราฟแท่งเทียนกลับตัว แนวโน้ม เส้นเทรนไลน์ แนวรับ-แนวต้าน ที่ผมเคยพูดถึงมากพอหรือยัง ถ้ายังก็ให้กลับไปทบทวนเทคนิคต่างๆให้เข้าใจก่อนนะครับ เทคนิคง่ายๆที่ผมกล่าวไป แค่คุณพลิกแพลงนิดหน่อย ก็สามารถใช้เป็นจังหวะการเข้าซื้อขายที่จะทำให้การใช้เส้น Moving Average มีประสิทธิภาพสูงขึ้นเป็นเท่าตัวได้แล้วหละครับ อีกทั้งยังสามารถประยุกต์ใช้กับเทคนิคอื่นๆที่ผมจะพูดถึงในบทความต่อๆไปได้อีกด้วย

 

การใช้เส้น Moving Average 2 เส้นประกอบกัน (Crossover)

 

แนวโน้มขาขึ้น เส้น Moving Average (ระยะสั้น) อยู่เหนือเส้น Moving Average (ระยะยาว)

แนวโน้มขาลง เส้น Moving Average (ระยะสั้น) อยู่ใต้เส้น Moving Average (ระยะยาว)

เป็นการประยุกต์ใช้เส้น Moving Average โดยการนำเส้น Moving Average (ระยะสั้น) และเส้น Moving Average (ระยะยาว) มาใช้ประกอบกัน ให้เส้น Moving Average (ระยะสั้น) แทนราคา และให้เส้น Moving Average (ระยะยาว) แทนเส้นแนวโน้มของราคา ซึ่งเป็นการประยุกต์ใช้เพื่อให้สามารถมองรูปแบบของกราฟได้ง่ายขึ้นกว่าการใช้เส้น Moving Average เพียงเส้นเดียว แต่กฎการใช้ก็เหมือนเดิม ไม่ได้เป็นสัญญาณซื้อขายทันที แต่ใช้เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มเพื่อหาจังหวะซื้อขายเท่านั้น

เคล็ดลับ ให้เรามองว่าเส้น Moving Average เป็นเหมือนเส้นค่าเส้นเทรนไลน์เคลื่อนที่ ซึ่งจะปรับแนวรับและแนวต้านให้เองตามความผันผวนของตลาด ซึ่งเราสามารถใช้เส้นแนวรับและแนวต้านตรงนั้น เป็นจุดเข้าซื้อขายได้

การใช้เส้น Moving Average ต้องปรับใช้ตามความเหมาะสมของตลาด เพราะถ้าตลาดเป็นแนวโน้มแกว่งตัว(Sideway) เส้น Moving Average จะไม่มีประสิทธิภาพมาก จนถึงขั้นไม่สามารถใช้ในการวิเคราะห์ในการเทรดได้เลย

 

Image credit : aommoney.com

ดาวน์โหลด eBook สอนเทรดไบนารี่ออฟชั่น
ในอีเมล์ของคุณ!

กรอกข้อมูล เพื่อขอรับ eBook คู่มือเทรดไบนารี่ออฟชั่น พร้อมติดตามข่าวสารใหม่ๆของวงการ อัพเดทก่อนใครถึงมือคุณที่นี่!

โปรดกด Confirm ในอีเมล์ของคุณ

มีบางอย่างผิดพลาด

แลกเปลี่ยนความรู้เพิ่มเติม