ประวัติและจุดเริ่มต้นการพัฒนาของเหรียญ Dash

Dash (DASH) มาจากคำว่า “Digital Cash” ซึ่งเปิดตัวในเดือนมกราคม 2014 โดยผู้สร้างและนักพัฒนาซอฟต์แวร์ชั้นนำคือนาย Evan Duffield  เหรียญ Dash เป็นระบบรหัสแบบเปิดมีแหล่งที่มาแบบกระจายตัวที่เรียกว่า P2P cryptocurrency ซึ่งมุ่งเน้นที่จะกลายเป็นระบบเข้ารหัสลับที่ใช้งานง่ายและปรับขนาดได้มากที่สุดในโลก เมื่อแรกเริ่มเปิดตัวใช้ชื่อว่า XCoin (XCOo) ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น Darkcoin ในเดือนกุมภาพันธ์ 2014 และท้ายที่สุดก็ใช้ชื่อ Dash ในเดือนมีนาคม 2015

ในฐานะที่Bitcoin เป็นสกุลเงินดิจิตอลเหรียญแรกของโลกทำให้ยังมีข้อบกพร่องพื้นฐานบางอย่าง ซึ่งก็คือการทำธุรกรรมของ Bitcoin ไม่เป็นความลับส่วนตัวและไม่ระบุตัวตนเนื่องจากสามารถตรวจสอบได้ในบัญชีแยกประเภทสาธารณะ ในขณะที่ Duffield มีแนวคิดว่าจะทำอย่างไรเพื่อปรับปรุง Bitcoin เขาต้องเผชิญกับความยุ่งยากขององค์กรในการโน้มน้าวให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์ Bitcoin เปลี่ยนแปลงการกระทำบางอย่างเพื่อพัฒนาเหรียญที่ดีที่่สุดออกมา ในท้ายที่สุดเขาก็ตัดสินใจที่จะแยกรหัส Bitcoin ออกมาเพื่อทำการสร้าง Dash

ด้วยคุณลักษณะที่โดดเด่นบางอย่างของ Dash จากระบบดำเนินการกับเครือข่ายสองชั้น คือระดับชั้นแรกจัดการการทำเหมือง (เช่นเดียวกับเครือข่ายระดับเดียวของ Bitcoin) ชั้นที่สองประกอบด้วย “masternodes” เป็นการจัดการกับฟังก์ชันเฉพาะเช่น PrivateSend และ InstantSend PrivateSend ซึ่งเป็นส่วนผสมของเหรียญเพิ่มความเป็นส่วนตัว โดยเพิ่มปัจจัยการผลิตหลายรายการจากการที่ผู้ใช้สามารถลงในรายการเดียว ทำให้ InstantSend เป็นบริการที่ช่วยให้การทำธุรกรรมได้ง่ายทันทีพร้อมทั้งได้รับการยืนยันโดยมติของเครือข่าย masternode

นับตั้งแต่เหรียญมีการเปิดตัวในปี 2014 เครือข่าย Dash ได้เติบโตขึ้นเป็น 4,100 masternodes ซึ่งทำให้เครือข่าย P2P เป็นหนึ่งในเครือข่ายที่ใหญ่และปลอดภัยที่สุดในโลก ตามมาด้วย Coinmarketcap เมื่อเดือนพฤศจิกายนปี 2017 ซึ่งมูลค่าตลาดรวมของ Dash ในปัจจุบันเกินกว่า 5.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ และทำให้เหรียญนี้กลายเป็น cryptocurrency อันดับที่ห้าของโลก

Dash มีเป้าหมายที่จะใช้งานเสมือนเงินสด อีกทั้งตัวเหรีียญเองก็มีศักยภาพที่จะทำเช่นนั้น เนื่องจากผู้บริโภคอาจต้องการเปลี่ยนไปใช้ Dash เพื่อใช้งานประจำวันดังนั้นเพื่อการทำธุรกรรมที่รวดเร็วยิ่งขึ้น Dash จึงต้องมีพื้นฐานในการเพิ่มการใช้งานและการยอมรับ ซึ่งนับตั้งแต่เปิดตัว Dash ได้เติบโตขึ้นและมีการจ้างพนักงาน 30 คนทำงานเต็มเวลาและอีกกว่า 20 คนทำงานเป็นช่วงพาร์ทามและอาสาสมัครอื่น ๆ

ในปี 2017 เราได้เห็นการขยายตัวของเหรียญ Dash เป็นอย่างมาก โดยในเดือนเมษายนปี 2017 Dash ได้ลงนามในข้อตกลงร่วมกันกับคู่ค้า 3 บริษัทด้วยกันคือ อันดับแรกผู้ให้บริการบัตรของขวัญ BitCart มอบส่วนลด 20% สำหรับการสั่งซื้อของที่ Amazon ต่อมาเมื่อ Dash ได้รับการยอมรับก็กลายเป็นพ่อค้า cryptocurrency ที่สี่ใน CryptoWoo ซึ่งเป็นเกตเวย์ที่ใช้สำหรับการชำระเงินสามารถรองรับได้ทั้ง Bitcoin, Litecoin และ Dogecoin สุดท้ายคือ Dash ซึ่งช่วยส่งเสริมการทำธุรกรรมในชีวิตประจำวันรวมทั้งในโทรศัพท์มือถือ

ในเดือนพฤศจิกายนปี 2017 ที่ผ่านมา Dash ก่อตั้งหุ้นส่วนร่วมกับ KuvaCash ในซิมบับเว พวกเขาจะเปิดตัวบริการการชำระเงินเพื่อให้ซิมบับเวมีระบบเข้ารหัสลับ P2P ครั้งแรกสำหรับเพื่อทุกคนที่มีระบบส่งข้อความทางโทรศัพท์สามารถใช้งานได้ โดยมันถูกออกแบบมาเพื่อนำมาซึ่งเสถียรภาพท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อที่ซบเซาของประเทศซิมบับเวและเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจที่ทรุดตัวให้ดีขึ้น

ดังนั้นเมื่อมีการสร้างพันธมิตรมากมายเกิดขึ้นการใช้ Dash ในชีวิตประจำวันก็จะเพิ่มขึ้นตามซึ่งจะช่วยเพิ่มค่าเงินในสกุลนี้ขึ้นเรื่อยๆในอนาคต

Image  Credit : https://steemit.com/cryptocurrency/@bitcoinflood/other-fish-in-the-sea-dash

Article Credit : https://blog.iqoption.com/dashs-background-and-recent-developments/

แลกเปลี่ยนความรู้เพิ่มเติม