ปฏิทินเศรษฐกิจประจำวันที่ 13 ธันวาคม 2017

ในวันนี้ตลาด Forex มีเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจที่สำคัญนั่นก็คือ นโยบายอัตราดอกเบี้ยที่ประกาศจากธนาคารกลางของสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยจะปรับเพิ่มขึ้นอีก 0.25% ในขณะเดียวกันก็มีรายงานตัวเลขดัชนีที่สำคัญที่บ่งชี้ถึงภาพรวมเศรษฐกิจประเทศเยอรมัน สหราชอาณาจักร สหภาพยุโรป อย่างไรก็ตามการตัดสินใจปรับอัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นอาจสร้างปัจจัยใหม่ๆต่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ด้วยเหตุนี้นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่จึงคาดการณ์ว่าค่าเงินดอลลาร์ในวันนี้จะมีความผันผวนเป็นอย่างมาก

 

เหตุการณ์ทางเศรษฐกิจที่สำคัญในวันนี้ มีดังนี้ :

ภาคฝั่งยุโรป

1. อัตราเงินเฟ้อของประเทศเยอรมันและดัชนีภาคการผลิตของประเทศอิตาลี

แนวโน้มที่เพิ่มขึ้นของอัตราเงินเฟ้อและดัชนีภาคการผลิตในประเทศส่งผลเชิงบวกต่อค่าเงินยูโร ซึ่งความกดดันจากอัตราเงินเฟ้อสะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจในสหภาพยุโรปขยายตัวอยู่ในระดับที่สูง ซึ่งดัชนี้ทั้งสองตัวนี้นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

2. อัตราการว่างงานและค่าเฉลี่ยรายได้ของประชากรในสหราชอาณาจักร

อัตราการว่างงานหากมีแนวโน้มลดลงเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้อีกทั้งค่าเฉลี่ยรายได้ของประชากรเพิ่มสูงขึ้นก็จะเป็นตัวบ่งชี้ถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจในสหราชอาณาจักรซึ่งส่งผลดีต่อค่าเงินปอนด์ และข่าวดีสำหรับวันนี้ก็คือตัวเลขแสดงระดับอัตราการว่างงานอยู่ที่ 4.2% ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 4.3% และแนวโน้มค่าเฉลี่ยรายได้ของประชากรตลอดทั้งปีมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

3. ดัชนีภาคการผลิตในสหภาพยุโรป

เป็นเวลาหนึ่งวันทำการก่อนที่ธนาคารกลางของสหภาพยุโรปจะประกาศนโยบายที่เกี่ยวข้องกับดัชนีพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ซึ่งวันนี้มีตัวเลขของดัชนีภาคการผลิตในสหภาพยุโรปประกาศออกมาที่ 3.5% เทียบรายปีซึ่งสูงกว่าค่าที่อ่านได้ครั้งก่อนที่ 3.3% ประกอบกับตัวเลขการจ้างงานเทียบรายเดือนเพิ่มขึ้น 0.4% จากที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ซึ่งทั้งสองดัชนีตัวเลขนี้เป็นปัจจัยพื้นฐานของเศรษฐกิจในสหภาพยุโรป ที่เป็นตัวบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ตลาดแรงงานเติบโตตาม

ภาคฝั่งอเมริกา

4. อัตราเงินเฟ้อ ปริมาณน้ำมันสำรองและนโยบายอัตราดอกเบี้ยของประเทศสหรัฐอเมริกา

มีการรายงานคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อเทียบรายปีอยู่ที่ระดับ 2.2% ซึ่งสูงกว่าค่าที่อ่านได้ครั้งก่อนที่ระดับ 2.0% ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อขั้นพื้นฐาน (ไม่รวมความผันผวนราคาของอาหารและพลังงาน) มีการคาดการณ์ว่าจะอยู่ในระดับคงไม่เปลี่ยนแปลงที่ 1.8% ซึ่งหากตัวเลขเหล่านี้มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นก็จะส่งผลเชิงบวกต่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ และส่งผลให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่น ในขณะเดียวกันอัตราดอกเบี้ยมีการคาดการณ์ว่าจะถูกปรับขึ้นอีก 0.25% ซึ่งส่งผลต่อพันธบัตรที่ออกโดยรัฐบาลซึ่งจะถูกปรับอัตราดอกเบี้ยจาก 1.25% เป็น 1.5% เมื่อเทียบกับอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรปีที่แล้วที่เพิ่มขึ้นจาก 1.00% เป็น 1.25%

นอกจากนี้การคาดการณ์ทางเศรษฐกิจจากธนาคารกลางอาจส่งผลต่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯโดยตรงโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจในอนาคตทั้งในส่วนของอัตราเงินเฟ้อ ตลาดแรงงาน อัตราดอกเบี้ยในอนาคต การเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันอาจทำให้ความผันผวนของคู่สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งในแง่บวกหรือลบต่อตัวเลขที่เกิดขึ้นจริงเมื่อเทียบกับที่คาดการณ์ไว้ ตัวอย่างเช่นหากมีการเพิ่มขึ้นของปริมาณสต๊อกน้ำมันดิบมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ อาจส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกลดต่ำลงและกระทบต่อค่าเงินดอลลาร์

ทางฝั่งแปซิฟิค

5.ราคาซื้อขายบ้านใหม่ในออสเตรเลีย

ดัชนีซื้อขายบ้านเป็นตัววัดถึงการเติบโตของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในประเทศ ซึ่งการเติบโตของราคาบ้านบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจกำลังขยายตัว เนื่องจากผู้บริโภคมีความมั่นใจในสภาพรวมของเศรษฐกิจมากขึ้น

Image  Credit : http://www.khonthaiamerica.com/portfolio_tag/usa/page/10/

Article Credit : https://blog.iqoption.com/forex-market-calendar-for-wednesday-13th-december-2017/

ดาวน์โหลด eBook สอนเทรดไบนารี่ออฟชั่น
ในอีเมล์ของคุณ!

กรอกข้อมูล เพื่อขอรับ eBook คู่มือเทรดไบนารี่ออฟชั่น พร้อมติดตามข่าวสารใหม่ๆของวงการ อัพเดทก่อนใครถึงมือคุณที่นี่!

โปรดกด Confirm ในอีเมล์ของคุณ

มีบางอย่างผิดพลาด

แลกเปลี่ยนความรู้เพิ่มเติม