ปฏิทินเศรษฐกิจประจำวันที่ 12 ธันวาคม 2017

ปฏิทินเศรษฐกิจสำหรับวันนี้ที่เกี่ยวข้องในตลาด Forex มีเหตุการณ์สำคัญเล็กน้อยซึ่งเกี่ยวข้องกับภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศเยอรมัน สหราชอาณาจักร สหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลียและญี่ปุ่น ซึ่งรายงานค่าเหล่านี้ออกมาก่อนหนึ่งวันที่ทางธนาคารกลางจะมีประกาศเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย ซึ่งข้อมูลนี้จะส่งผลสำคัญต่อการเคลื่อนไหวในตลาด Forex อย่างไรก็ตามความผันผวนในวันนี้นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะอยู่ในระดับกลางค่อนไปทางสูง

เหตุการณ์ทางเศรษฐกิจที่สำคัญสำหรับวันนี้ มีดังนี้ :

ภาคฝั่งยุโรป

  1. อัตราเงินเฟ้อประเทศสวีเดนและสหราชอาณาจักร

อัตราเงินเฟ้อที่สูงกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์จะส่งผลต่อค่าเงินทั้งฝั่งประเทศสวีเดนและสหราชอาณาจักร รวมทั้งการเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยตามประกาศของธนาคารกลางจะส่งผลโดยตรงต่ออัตราเงินเฟ้อภายในประเทศ ซึ่งนักวิเคราะห์คาดการณ์อัตราเงินเฟ้อของสหราชอาณาจักรจะไม่เปลี่ยนแปลงคงที่ที่ระดับ 3.0% เทียบรายปี อย่างไรก็ตามยังมีความกดดันจากดัชนีราคาผู้บริโภคที่ไม่รวมราขาของอาหารและพลังงานซึ่งคาดว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน คงที่ที่ระดับ 2.7%

  1. GDP ของสหภาพยุโรปและประเทศรัสเซีย

ภาพรวมของปัจจัยพื้นฐานทาางเศรษฐกิจสะท้อนให้เห็นการเติบโตของประเทศทั้งในประเทศเยอรมันและสหภาพยุโรปซึ่งหากมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นก็จะส่งผลเชิงบวกต่อค่าเงินยูโร นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าค่าที่อ่านได้จะมีแนวโน้มลดลง รวมทั้งอัตรา GDP ที่ลดลงในประเทศรัสเซียจะส่งผลต่อคู่สกุลเงินนี้ ก่อให้เกิดความผันผวนในเชิงลบมากขึ้น

ภาคฝั่งอเมริกา

  1. ดัชนีราคาผู้บริโภคและปริมาณน้ำมันสำรองของสหรัฐอเมริกา

ดัชนีราคาผู้บริโภคแสดงถึงอัตราการเปลี่ยนแปลงทางด้านราคาของสินค้าทั้งภาคอุตสาหกรรมและการผลิต ซึ่งดัชนีราคาผู้บริโภคนี้แสดงถึงการคาดการณ์ทางด้านอัตราเงินเฟ้อที่จะเกิดขึ้น หากดัชนีตัวนี้มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นก็จะส่งผลเชิงบวกต่อค่าเงินดอลลาร์ของสหรัฐ เนื่องจากเป็นการเพิ่มแรงกดดันให้ธนาคารกลางออกนโยบายปรับอัตราดอกเบี้ยซึ่งจะมีการประกาศออกมาในวันที่ 13 ธันวาคมนี้ ซึ่งนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าดัชนีราคาผู้บริโภคเทียบรายเดือนจะมีแนวโน้มลดลง เนื่องจากเศรษฐกิจชะลอตัว

ในด้านรายงานการขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลในระดับที่มากเกินไปอาจทำให้ความไม่มั่นคงทางการเงินหรือเกิดภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจหากไม่ได้รับการควบคุม การคาดการณ์คือการเพิ่มขึ้นของการขาดดุลทางการค้าของรัฐบาลสหรัฐฯเมื่อเทียบกับการอ่านครั้งก่อนซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องติดตามเพราะอาจเป็นเพราะปัจจัยฤดูกาล อีกทั้งสถาบันปิโตรเลียมของสหรัฐอเมริการายงานระดับสต็อคน้ำมันดิบของสหรัฐฯและภาพรวมของความต้องการใช้ปิโตรเลียมของสหรัฐฯ ว่ามีความไม่แน่นอนในเชิงลบ หมายถึงว่าหากการเพิ่มขึ้นของน้ำมันดิบน้อยกว่าที่คาดไว้ก็หมายถึงความต้องการมากขึ้นและเป็นปัจจัยบวกสำหรับราคาน้ำมันดิบ

ภาคฝั่งแปซิฟิก

4. ดัชนีราคาซื้อบ้านและดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของประเทศออสเตรเลีย

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเป็นการติดตามข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภคเกี่ยวกับสภาวะทางการเงินสภาวะทางเศรษฐกิจและการซื้อในอนาคตหากระดับที่อ่านได้เหนือกว่า 100 แสดงว่ามีแง่ดีเกี่ยวกับสภาวะปัจจุบันและอนาคต ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นหรือดีกว่าตัวเลขที่คาดการณ์ไว้ จะส่งผลเชิงบวกต่อดอลลาร์ออสเตรเลียนอกจากนี้ตัวเลขดังกล่าวยังใช้สำหรับวัดค่าความเชื่อมั่นทางธุรกิจรวมทั้งบ่งชี้ว่าภาคธุรกิจที่แข็งแกร่งซึ่งสามารถนำไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจได้มากขึ้น

 ภาคฝั่งเอเชีย

5. ปริมาณคำสั่งซื้อเครื่องจักรของประเทศญี่ปุ่น

ดัชนีคำสั่งซื้อเครื่องจักรของญี่ปุ่นเป็นการวัดการเปลี่ยนแปลงคำสั่งซื้อเครื่องจักรในภาคเอกชนในแต่ละเดือน ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นจะเป็นผลเชิงบวกต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่นและค่าเงินเยนญี่ปุ่นเนื่องจากการสั่งซื้อเครื่องจักรเป็นตัวบ่งชี้สำคัญในการใช้จ่ายเงินทุนธุรกิจและอาจมีอิทธิพลต่อระดับการจ้างงานด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ประเทศญี่ปุ่นยังมีการมุ่งเน้นธุรกิจอุตสาหกรรมการผลิตและกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่อาจมีตัวเลขการสั่งซื้อเครื่องจักรที่สูงขึ้นแสดงให้เห็นถึงอุตสาหกรรมการผลิตที่แข็งแกร่งและมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

Image  Credit : https://handluggageonly.co.uk/2015/09/29/9-cities-you-have-to-visit-in-japan/

Article Credit : https://blog.iqoption.com/forex-market-economic-calendar-for-tuesday-12th-december-2017/

แลกเปลี่ยนความรู้เพิ่มเติม