ตัวอย่างการเทรดด้วยเครื่องมือ Fibonacci

Fibonacci เป็นหนึ่งในนักคณิตศาสตร์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในประวัติศาสตร์ เขาได้อธิบายเกี่ยวกับการใช้สัดส่วนทองคำ (Golden Ration) ซึ่งเรายังนำมาใช้กันอยู่ถึงในปัจจุบันและเป็นพื้นฐานสำคัญของการวิเคราะห์ในรูปแบบเชิงเทคนิค ซึ่งเครื่องมือนี้มีจุดกำเนิดมาจากการสังเกตและศึกษาปรากฏการณ์ต่างๆในธรรมชาติ ซึ่งตลาดก็เปรียบเสมือนสิ่งที่มีชีวิต ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงและเคลื่อนไหวตลอดเวลา เปรียบเสมือนแขนของคนเราที่มีความยาวสัมพันธ์กับช่วงอายุและเป็นไปตามกฏของธรรมชาติ

Fibonacci ที่ถูกใช้ในการวิเคราะห์ทางเทคนิคมากที่สุดคือ Fibonacci Retracement ซึ่งเป็นเครื่องมือวาดภาพหาแนวรับ แนวต้าน ในการทำกำไรและตัดขาดทุน ซึ่งใช้หลักการในการวัดและการแบ่งแนวโน้ม โดยแนวคิดที่สำคัญคือการจัดหมวดหมู่ความสัมพันธ์แนวโน้มโดยภาพรวม ตัวอย่างเช่น แนวโน้มจากจุด A ไปยังจุด B จะใช้ Fibonacci Tool เป็นเครื่องมือหลัก ซึ่งจุดประสงค์การใช้เครื่องมือนี้มีหลักการมาจากสัดส่วนทองคำ ซึ่งผู้ใช้ส่วนใหญ่คาดหวังว่าจะใช้เครื่องมือนี้ในการหาจุดเริ่มต้นสำหรับการทำธุรกิจการค้า

  • หลักการสำคัญFibonacci Retracement ไม่ใช่สัญญาณ แต่เป็นราคาที่ตั้งไว้และสัญญาณสามารถจับได้ การเคลื่อนไหวระดับของแนวรับ แนวต้านสามารถส่งผลต่อเนื่องไปข้างหน้าหรือย้อนกลับขึ้นอยู่กับสภาวะพื้นฐาน
  • หลักการสำคัญ – Fibonacci Retracement ไม่ได้เป็นเป้าหมายแน่นอน แต่เป็นการแสดงสัญญาณในพื้นที่ที่พิจารณาว่า “สำคัญ” ซึ่งแท่งเทียนที่เพิ่มขึ้นอาจหมายถึงสิ่งที่ต่างไปจากเดิมหรืออยู่เหนือค่าเฉลี่ยทั่วไป

คู่สกุลเงิน AUD/USD เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดในการนำเสนอหลักการของเครื่องมือตัวนี้ คู่สกุลเงินที่เราเห็นอาจไม่ใช่ราคาที่ต่ำสุด ซึ่ง Fibonacci Tool สามารถช่วยให้เราสามารถหาค่านี้ได้ โดยเริ่มต้นจากการวาดเส้นจากราคาที่สูงที่สุดไปยังราคาที่ต่ำที่สุด ซึ่งจะได้ค่า Fibonacci ออกมาแตกต่างกัน 5 ค่าดังรูป คือ 23.6% , 38.2% , 50% 61.8% และ 100% 

ซึ่งในตอนนี้ราคาได้ถูกรวบรวมออกมาเราสามารถใช้เส้นแนวรับ แนวต้านกำหนดเป้าหมายในการเข้าและออกได้

นี่คือตัวอย่างสถานการณ์ที่เกิดขึ้น : 

  1. หากแนวโน้มการปรับตัวที่ลดลงเป็นราคาที่แข็งแกร่งและอยู่ใกล้เส้นแนวรับ 0% หากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นให้มองที่สัญญาณที่เกิดขึ้น หากสัญญาณเกิดขึ้นเป็นไปในทางสนับสนุน การเล่นแบบ MACD หรือแบบ RSI  เป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่ควรทำ ในขณะเดียวกันหากเส้นแนวรับ 0% มีแนวโน้มลดลงให้ใช้จุด 0% เป็นจุดเริ่มต้นและใช้เครื่องมือบ่งชี้ตัวอื่นๆในการยืนยันการเล่นอีกครั้ง
  2. หากรูปแบบของราคามีการปรับฐานและมีแนวโน้มจะขยับขึ้นแนวทดสอบเส้นแรกจะอยู่ที่ค่าเฉลี่ย 23.6% ถ้าเกิดเหตุการณ์นี้ ให้เส้นนี้เป็นเป้าหมายแนวต้านของคุณ ซึ่งหากการเคลื่อนไหวราคาลดลงต่ำกว่าเส้นนี้คุณสามารถคาดการณ์ได้ว่าราคาต่อไปจะเคลื่อนไหวอยู่ที่ 0% และหากราคาเคลื่อนไหวมีแนวโน้มอยู่เหนือเส้นนี้ คุณสามารถคาดการณ์ได้ว่าราคาต่อไปจะอยู่เหนือแนวต้าน
  3. หากราคาสามารถเคลื่อนไหวอยู่เหนือกว่าเส้น 23.6% เราสามารถคาดเดาได้ว่าจะเห็นราคาขึ้นไปอยู่เหนือเส้นแนวต้านและไปอยู่ที่ระดับ 38.2% และหากผ่านระดับนี้ก็อาจจะเห็นการเคลื่อนไหวไปที่ระดับ 50%
  4. ระดับที่ 50% คือระดับที่สำคัญมาก โดยทั่วๆไปการเคลื่อนไหวจะหยุดลงที่ระดับนี้ แต่หากมีการหยุดพักเหนือมันจะเป็นการบ่งบอกถึงการพลิกกลับที่สมบรูณ์และจะนำไปสู่ระดับ 100% เมื่อถึงจุดนี้ผู้เล่นควรหาสัญญาณบ่งชี้เพื่อยืนยันตามเส้นระดับ 50%
  5. หากการปรับฐานถึงระดับแนวต้านตามค่าเฉลี่ยที่เราคาดหวังไว้ เราสามารถทำทดสอบอีกครั้งเพื่อยืนยันถึงการดีดตัวขึ้นหรือดีดตัวลง

Image  Credit:

Article Credit: https://blog.iqoption.com/fibonacci-trading-tactics-a-practical-example/

แลกเปลี่ยนความรู้เพิ่มเติม